เวลาอยากจะพูดถึงความต้องการ ความอยาก ภาษาอังกฤษที่เรามักจะนึกถึงก่อนเลยคือ “want” กับ “need” ใช่ไหมคะ? แล้วจนถึงตอนนี้ หลายคนก็ยังเข้าใจว่ามันก็แปลว่า “ต้องการ” เหมือนๆ กันแหละ  แต่ทราบไหมคะว่า จริงๆ แล้วสองคำนี้ต่างกันเยอะเลยนะ (>-<)

ที่สำคัญคือ ในบทความนี้ อ. ผึ้ง จะบอกเคล็ดลับภาษาอังกฤษด้วยว่า ยังมีอีกหลายคำที่เอามาใช้แทน “want” กับ “need” ได้ด้วยนะคะ ^-^


คำว่า “want” แปลว่า “ต้องการ” ซึ่งมักมาจากความรู้สึกค่ะ อย่างเช่น ฉันต้องการวันหยุด หรือฉันต้องการกาแฟสักแก้ว

ส่วนคำว่า “need” แปลว่า “จำเป็น” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกหรือการมโนไปเองแล้วล่ะ แต่มาจากสภาพหรือสถานการณ์บังคับจำยอม เช่น ร่างกายจำเป็นต้องได้รับน้ำ หรือปัญหาจำเป็นต้องถูกแก้ไข

แต่ทุกวันนี้ สองคำนี้ถูกนำมาใช้แทนกันบ่อยๆ จนไม่รู้ว่าคนพูดจำเป็นจริงหรือแค่ต้องการเฉยๆ ฉัน (แค่) ต้องการเธอ หรือฉันขาดเธอไม่ได้จริงๆ แหม…บางสถานการณ์มันก็แยกแยะไม่ง่ายเนอะ

เพราะฉะนั้น อ. ผึ้ง ว่าเวลาฟังก็ต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวประกอบด้วยนะ ^-^

 

ความต้องการมีหลายแบบ

ถึงแม้ “want” จะมีความหมายเฉพาะว่า “ความต้องการ” แต่ความต้องการก็ยังแยกได้อีกหลายแบบนะคะ

ต้องการมาก – ต้องการน้อย – ก็แค่อยากๆ – เอาสักหน่อยก็ได้ – ถ้าได้ก็ดี หรือจำเป็นจริงๆ

ภาษาอังกฤษก็มีให้เลือกใช้อีกหลายคำ ตามระดับความอยากนั่นล่ะ อ. ผึ้ง จะสมมุติว่าเราไปร้านอาหารกับเพื่อน และมักจะต้องมีการระดมความคิดก่อนสั่งอาหาร หรือถ้าไปบ้านเพื่อนฝรั่ง อย่างน้อยเพื่อนก็คง (และควร) ถามว่าเราอยากได้อะไรมานั่งดื่มหรือหม่ำระหว่างเมาท์มอยบ้างไหม

เขาอาจมาด้วยประโยคแบบนี้

  • What do you want (to eat/drink)?

เธออยากได้ (กิน/ดื่ม) อะไร

  • What would you like (to eat/drink)?

เธออยากได้ (กิน/ดื่ม) อะไร

 

อยากได้แบบนี้

เจอคำศัพท์ที่ใช้แทนคำว่า “want” แล้วใช่ไหมคะ คำว่า “would like” นี้มีความหมายคล้ายก็จริง แต่ก็มีความต่างอยู่หน่อย เพราะ “would like” หรือตัวย่อก็ “ ’d like” แปลว่า “อยาก” เป็นความรู้สึกที่ไม่มากเหมือนกับ “ต้องการ” และภาษาอังกฤษคำนี้ก็ออกจะสุภาพกว่าด้วย โดยเฉพาะเวลาสั่งอาหารหรือแสดงความเห็น เราใช้สองตัวนี้ร่วมกันได้ค่ะ

สมมุติจะเอาช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วละกัน

  • I’d like an iced chocolate.

ฉันอยากได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้ว

  • I want an iced chocolate.

ฉันเอาช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วละกัน

 

แบบนี้ก็ได้

ถ้าเรากำลังอยู่ในอารมณ์ประมาณว่าอะไรก็ได้ ไม่มีความอยากอะไรเป็นพิเศษ แบบนั้นก็ดี แบบนี้ก็โอเค แต่บังเอิญหันไปเห็นเมนูเก๋เหมาะพอดี (หรือถ้าอยู่บ้านเพื่อนก็บังเอิญหันไปเห็นทรัพยากรในตู้เย็นพอดี อิๆๆ)

  • An iced chocolate would be fine.

ฉันเอาช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ได้

  • An iced chocolate would be alright.

ฉันเอาช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ได้

  • I wouldn’t mind an iced chocolate.

ฉันเอาช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ได้

 

ถ้าได้แบบนี้ก็ดี

แต่ถ้าอยากตอบแบบใส่ความรู้สึกลงไปอีกนิดให้รู้ว่า ไม่ใช่เอาอะไรก็ได้ที่มีในเมนูหรือมีอยู่ในตู้เย็น แต่ฉันชอบแบบนี้นะ “ถ้าได้ก็ดี”

  • I could do with an iced chocolate.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ดีเลย

  • An iced chocolate would be nice.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ดีเลย

  • I feel like an iced chocolate.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็ดีเลย

 

ถ้าได้แบบนี้ก็เจ๋งเลย

แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดอาการอยากได้มากๆ ขึ้นมาทันที หรือเราเองก็มีไอเดียนี้ไว้ในใจตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าร้านแล้วล่ะ ยังไงก็ต้องได้ช็อคโกแล็ตเย็นๆ ดับร้อนสักแก้ว การตอบให้รู้ว่า “ถ้าได้แบบนี้ก็เจ๋งเลย” ก็คือ

  • An iced chocolate would really hit the spot.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็เจ๋งเลย

  • I’d love is an iced chocolate.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็เจ๋งเลย

  • An iced chocolate would be great.

ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วก็เจ๋งเลย

 

ต้องการแบบนี้จริงๆ

และถ้าเรากำลังอยู่ในอารมณ์ประมาณว่าเพิ่งหลุดออกมาจากทะเลทรายซาฮาร่า หรือเพิ่งรอดตายจากรังสีอำมหิตของแดดทะลุจุดเดือด แบบสดๆ ร้อนๆ อยากจะตอบ ให้เขารู้ว่า “อยากได้แบบนี้จริงๆ (ให้ตายเถอะ)” ต้องแบบนี้ค่ะ

  • I (really) need an iced chocolate.

ฉันอยากได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วใจจะขาดแล้ว

  • I’m dying for an iced chocolate.

ฉันอยากได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วใจจะขาดแล้ว

  • I could kill for a cup of iced chocolate.

ฉันอยากได้ช็อคโกแล็ตเย็นสักแก้วใจจะขาดแล้ว

การจะบอกความต้องการกับใครนอกจากควรเลือกใช้ระดับภาษาให้ถูกและเหมาะกับกาลเทศะแล้ว ยังต้องดูความเป็นไปได้ด้วยนะคะ ถ้ามาตั้งแคมป์กันบนยอดดอยแล้วอยากขอสั่งไก่เคเอฟซีตอนตีสอง แบบนี้ต่อให้ “need” ยังไง เขาก็คงจัดให้ไม่ได้

แต่ความต้องการที่จะขอยังไง อ. ผึ้งว่าก็ไม่มีใครห้ามแน่ๆ และคงจะดีถ้าเราทุกคนอยากจะขอสิ่งนี้ นั่นคือ

I want be a better person.

ฉันอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ~♡. ( ̄▽ ̄)~*


บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่นะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจภาษสำหรับผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษแบบมือโปร เพื่อพัฒนาชีวิตการทำงานของคุณก้าวขึ้นอีกระดับ ติดตามอ่านความรู้ดีๆ หรือลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website : ajarnarada.com และ Facebook อ. ผึ้ง อารดา : English Brain

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: