หนึ่งในเรื่องหลักๆ ที่คนอยากเก่งภาษาอังกฤษต้องรู้ โดยเฉพาะคนที่พูดภาษาอังกฤษแล้วฝรั่งไม่เข้าใจ (สักที) มาจากสาเหตุต่อไปนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ ต้องรีบเปลี่ยนแบบด่วนๆ เลยค่ะ

เคยไหมคะ? พูดภาษาอังกฤษแล้วฝรั่งไม่เข้าใจ เสียงดังฟังชัดก็แล้ว ออก accent (สำเนียง) เต็มที่ก็แล้ว แถมใช้ภาษามือ (และเท้า) ประกอบด้วย เขาก็ยังทำหน้างงๆ ตกลงปัญหามันคืออะไร?

เรียนจากประสบการณ์จริง

อ. ผึ้งก็เคยค่ะ และปัญหาแบบนี้อาจจะกำลังเกิดขึ้นกับเด็กไทยหลายคน สมัย อ. ผึ้ง เรียนอยู่ปี 1 ตอนนั้นไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตำแหน่ง receptionist หรือบางคนก็เรียกว่า front หรือภาษาไทยก็ “พนักงานต้อนรับส่วนหน้า”

สมัยป. ตรี อ. ผึ้ง เรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกวิชาภาษาอังกฤษค่ะ คิดว่าทักษะภาษาอังกฤษเราก็เก่งพอตัวระดับนึงละ เพราะชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เรื่องลงสนามจริงกับฝรั่ง ยังไม่เท่าไหร่ เพราะการจะเจอฝรั่งตัวเป็นๆ ยากมาก นอกจากคุยกับอาจารย์ฝรั่งในคลาสเรียนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เท่านั้น

แน่นอนว่า สมัยนั้นยูทูปก็ยังไม่มี รายการทีวีต่างประเทศไม่ต้องพูดถึง

เราโตมากับโรงเรียนไทย ไม่ใช่โรงเรียนอินเตอร์ ไม่มีอาจารย์ฝรั่งแลกเปลี่ยนเหมือนโรงเรียนไทยสมัยนี้ กว่าจะได้คุยกับฝรั่งเป็นเรื่องเป็นราวก็ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนั่นแหละ

ออกเสียงผิด ชีวิตเปลี่ยน

เย็นวันหนึ่ง ขณะยืนทำงานอยู่หน้าฟรอนท์ ปรากฏว่ามีแขกโรงแรมที่เป็นชาวบริติชกับชาวสิงคโปร์มาชวนคุย นานทีเดียว ตั้งแต่เรื่องดินฟ้าอากาศ สถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ ไปถึงเรื่องรอบๆ ตัว

บังเอิญว่าแขกทั้งสองคนเป็นกรรมการกีฬายิงปืน เย็นวันนั้นก็เพิ่งจบพิธีมอบเหรียญ มอบโล่ห์นักกีฬากันมา เราหันไปเห็นเข็มกลัดดอกไม้ที่เสื้อของเขาสวยดี ก็คุยต่อเลยว่า

“I like carnation.”

ได้ผลค่ะ จากที่คุยกันตอนแรก flow มาก อยู่ๆ แขกพากันอึ้งแป๊บนึง เราก็พูดซ้ำอีกรอบ “carnation” เขาก็ยังอึ้งอยู่ อ่ะ…อีกรอบละกัน เราชี้มือไปที่เข็มกลัดดอกไม้เขาด้วย

“คา-เน-ชั่น”

เขาก็เริ่มมองกันเลิ่กลั่กละ เราเลยพูดให้ช้าลงอีก

“คา…เน…ชั่น”

วินาทีนั้นเริ่มงงค่ะ ตกลงเขาไม่รู้จักชื่อดอกไม้ หรือเขาไม่เข้าใจสำเนียงเรา

โชคดีนิดนึงว่า ตอนนั้นปี 1 เริ่มรู้เรื่อง phonetics หรือ การออกเสียงภาษาอังกฤษ แบบเบสิคมาละ แต่ยังไม่เข้าใจกฎของมันเท่าไหร่ วิชานี้จะเรียนแบบจริงจังต้องเข้าปี 2 – 3 โน่น ตอนนั้นเราแค่พอรู้ว่า คำในภาษาอังกฤษต้องมีเสียงหนักเสียงเบา มีการเน้นพยางค์ ไม่ใช่เสียงหนักไปหมด

พอไหวตัวทัน เราเปลี่ยนใหม่

  • ค้า-เน-เฉิ่น
  • คา-เน้-เฉิ่น
  • คา-เน-ชั่น

แขกฝรั่งตอบกลับว่า ตอนแรกเขานึกว่าเราพูดถึง “car – รถ” กับ “nation – ประเทศ” แป่ว…

สรุปคือดอกคาร์เนชั่น ต้องออกเสียงว่า “คา-เน้-เฉิ่น” เน้นพยางค์กลาง “เน้” และออกเสียงติดกันจ้า ไม่ต้องกลัวฝรั่งไม่เก็ต แล้วไม่ต้องไปเน้นเป็นคำๆ ให้เขา เพราะมันทำให้ความหมายเปลี่ยน

ทีนี้มาดูกันว่า ที่เล่าเรื่องดอกคาร์เนชั่นมาเนี่ย มันเกี่ยวกันยังไง คือต้องบอกว่ามันคือจุดเริ่มต้นของการ “ตื่นรู้” ของ อ. ผึ้ง ที่ทำให้เราหันมาเห็นความสำคัญของการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ “ถูกต้อง”

สาเหตุคือแบบนี้ไง

สำหรับ อ. ผึ้ง เอง แล้วก็อาจรวมถึงหลายๆ คนตอนนี้ด้วย เราโตมากับการได้ยินการใช้ภาษาอังกฤษจากคนไทย มากกว่าจากเจ้าของภาษาเอง

คนไทยใช้ภาษาอังกฤษแบบทับศัพท์ แล้วปรับการออกเสียงให้เป็นแบบไทยๆ การใช้ซ้ำๆ อย่างแพร่หลาย ทำให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเกิดพฤติกรรม “เลียนแบบ” ไปด้วย

ยิ่งสมัยเด็กๆ เราไม่ค่อยเห็นตัวอย่างที่ถูกต้อง ว่าจริงๆ แล้วฝรั่งเขาออกเสียงคำนั้น คำนี้ ยังไง เผลอทึกทักไปว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว แต่มันคือภาษาอังกฤษ “แบบไทยๆ” ค่ะ

ตัวอย่างคำแบบนี้มีเยอะค่ะ อย่างเช่น

  • Salmon – แซลม่อน
  • Molecule – โมเลกุล
  • Error – เออเร่อ
  • ฯลฯ

ไม่ผิด…แต่ก็ไม่ถูก

จริงๆ ถ้าเรายังคุยกับคนไทย ในบริบทไทยๆ การออกเสียงคำทับศัพท์แบบไทยๆ ก็โอเคค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสมอไป ไม่งั้นจะเกิดปัญหาใหม่ว่า คุยกับคนไทยไม่รู้เรื่องอีก (แป่ว…)

แต่คีย์สำคัญของการคุยให้ฝรั่งรู้เรื่องคือ เราก็ต้องออกเสียงแบบฝรั่ง จริงไหมคะ?

สิ่งที่ อ. ผึ้ง เห็นคือ ความเข้าใจผิดๆ จากการเริ่มต้นผิดๆ ในอดีต คือปัจจัยหลักที่กำลังรบกวนกระบวนการเรียนรู้ของหลายๆ คนในปัจจุบัน ทำให้การพัฒนาภาษาอังกฤษของเราเติบโตช้า หรืออย่างแย่ก็ชะงักไปเลย

พอคุยกับฝรั่งไม่รู้เรื่อง เราก็ขาดความมั่นใจ พอไม่มั่นใจ สุดท้ายก็หยุดการเรียนรู้ไปเลย

ถ้าใครกำลังเจอปัญหาเพราะสาเหตุนี้อยู่ แล้วอยากรู้ทางออก ติดตามเทคนิคแก้ปัญหาการพูดไม่แล้วฝรั่งไม่เข้าใจในตอนที่สองนะคะ ^-^


บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่นะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจภาษสำหรับผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษแบบมือโปร เพื่อพัฒนาชีวิตการทำงานของคุณก้าวขึ้นอีกระดับ ติดตามอ่านความรู้ดีๆ หรือลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website : ajarnarada.com และ Facebook อ. ผึ้ง อารดา : English Brain

1 ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: