หลายๆ ครั้งเราเลือกมองหา “พลัง” จากสิ่งยิ่งใหญ่รอบตัว เพื่อเป็นแรงผลักให้เรา “กล้า” ลุกขึ้นทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ตามไปด้วย อาจเป็นพลังกาย พลังใจ ที่จะดลบันดาลให้เกิดความมหัศจรรย์ขึ้นในชีวิต แต่พลังที่ว่านั้นจำเป็นต้องก่อกำเนิดมาจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไปหรือเปล่า?

ถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ หลายคนอาจนึกไปถึงความใหญ่ระดับจักรวาลใช่ไหมคะ “พลังจักรวาล” ฟังแล้วน่าจะเป็นพลังระดับอภิมหาศาล เพราะมันไม่มีขอบเขต ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และมีความเป็นอนันต์

Big Bang – จุดกำเนิดจักรวาล

Big Bang –ทฤษฎีบิ๊กแบง : การระเบิดครั้งใหญ่ เป็นทฤษฏีวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่า เป็นการระเบิดที่ส่งผลให้จักรวาลถือกำเนิดขึ้นและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

แต่รู้ไหมคะ? ก่อนหน้าการระเบิดครั้งใหญ่ จุดเริ่มต้นของจักรวาลคือความว่างเปล่า นั่นคือจักรวาลเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย

เมื่อประมาณเกือบหนึ่งร้อยปีก่อนนักดาราศาสตร์ชาวเบลเยี่ยมนามว่า Georges Lemaitre ได้เสนอว่าจักรวาลถือกำเนิดขึ้นจากจุดเล็กๆ จุดเดียว แต่ผลจากการระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้จักรวาลขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

Primordial atom – อะตอมแรก

แต่จะว่าไป การไม่มีอะไรเลยคงไม่ถูกต้องซะทีเดียวค่ะ เพราะจักรวาลเริ่มจากอะตอมเดี่ยว ที่เราเรียกว่า primordial atom หรืออะตอมเริ่มแรก

แต่อะตอมแรกของเรามีขนาดจิ๋วเหลือเกิน คือประมาณเศษหนึ่งส่วนพันล้านเซนติเมตร เป็นอะตอมของพลังงานอันบริสุทธิ์ที่ไร้ขีดจำกัด พูดง่ายๆ ว่า ขณะนั้น (เบบี๋) จักรวาลยังเล็กมากจนไม่ใช่สสารด้วยซ้ำ

พลังงานบริสุทธิ์นี้มีความหนาแน่นและถูกบีบอัด เบียดเสียดกันจนร้อนมหาศาล ด้วยความร้อนที่ค่าเป็นอนันต์นี้ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวออกอย่างฉับพลัน หรือที่เรียกว่าการระเบิดครั้งใหญ่ ก่อเกิดเป็นจักรวาล

และจากการปลดปล่อยพลังงานมหาศาลของจักรวาล ส่งผลให้ทุกสิ่งอย่างก่อกำเนิดตามมา ไม่ว่าจะกลุ่มดวงดาวที่มีจำนวนอันไพศาล รวมถึงดาวเคราะห์ดวงนี้ชื่อว่าโลก (Earth) และยังรวมถึงทุกสรรพชีวิตบนโลก และการมีตัวตนของเราด้วย

Connectedness – ความเชื่อมโยง

ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง ทุกสิ่งอย่างในจักรวาลเริ่มต้นขึ้นจากความว่างเปล่า และจากความว่างเปล่านำไปสู่ทุกสิ่ง เราจะกล่าวอ้างได้ไหมคะว่า ทุกสิ่งรอบตัวเราขณะนี้- ธรรมชาติ ผืนดินที่เราเหยียบยืน ทุกหยดน้ำที่ให้ความชื่นฉ่ำ ทุกอณูอากาศที่เราสูดหายใจ สรรพสัตว์น้อยใหญ่ และแม้แต่มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์-ล้วนเชื่อมโยงถึงกัน

เราต่างเป็นอันหนึ่งเดียวกัน เพราะเราต่างก่อกำเนิดจากความว่างเปล่าเดียวกัน

Mindfulness สติรู้คิด

แต่ถ้ามองในระดับย่อยกว่านั้น ในตัวตนของมนุษย์ แม้แต่กาย จิต ความคิด และทุกลมหายใจของเราเอง ต่างเชื่อมโยงถึงกัน และสะท้อนส่งผลถึงกันอย่างลึกซึ้งเช่นกัน

เมื่อความคิดหนึ่งเริ่ม ไม่ว่าทางบวกหรือลบ เพียงไม่นาน จิตใจจะเริ่มโอนอ่อนตาม เมื่อจิตใจแกว่งไปทิศทางใด เพียงไม่นาน กายของเราก็เริ่มขยับก้าวตาม ไม่ว่าทางนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ใด

และถ้ายั้งไว้ไม่ทันละก็ อาจเป็นเส้นทางที่เจ็บหนัก และย้อนกลับไม่ได้ด้วยนะคะ

การตระหนักรู้ถึงเหตุ และผล รวมทั้งรู้วิธีควบคุมกายและจิตให้เดินไปในทางบวก จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ การรู้จักทั้ง “ตัวตน” และ “การเชื่อมโยง” กับตัวตน อาจช่วยเปลี่ยนโลกภายนอกและภายในตัวเราได้ แบบพลิกฝ่ามือ

อย่าลืมนะคะว่า แม้แต่จักรวาลที่เริ่มต้นจากความว่างเปล่ายังสามารถนำไปสู่ทุกสิ่งได้ แล้วสมอง ความคิด และจิตของเราที่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้องล่ะ จะทรงพลังและบันดาลแรงอันยิ่งใหญ่ให้ชีวิตเราและคนรอบข้างได้สักแค่ไหน

เราทุกคนต่างมีโลกทั้งใบอยู่ในตัวเองแล้วนะ คุณอยากปั้นมันให้เป็นโลกแบบไหนล่ะ? ^-^


บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่นะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษแบบมือโปร เพื่อพัฒนาชีวิตการทำงานของคุณก้าวขึ้นอีกระดับ ติดตามอ่านความรู้ดีๆ หรือลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website : ajarnarada.com และ Facebook อ. ผึ้ง อารดา : English Brain

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: