คราวก่อนเราคุยกันเรื่องปัญหาของคนที่พูดภาษาอังกฤษแล้วฝรั่งไม่เข้าใจ และได้รู้หนึ่งในสาเหตุหลักๆ กันไปแล้ว (อ่านย้อนหลัง ที่นี่ )วันนี้เรามาดูเทคนิคที่จะช่วยแก้ไขอาการนี้กันค่ะ


อ. ผึ้ง คุยไว้เมื่อคราวก่อน เรื่องดอกคาร์เนชั่น เธอคือดอกไม้ที่ทำให้เรารู้แจ้งตั้งแต่ตอนเรียนปีหนึ่งว่า ต่อให้คุณเก่งทฤษฏี แม่นแกรมม่า และมั่นใจในการพูดของตัวเองแค่ไหน ถ้าออกเสียงผิด ฝรั่งก็ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ

จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า การที่เราออกเสียงผิดมีได้หลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักที่ อ. ผึ้ง จะพูดถึงข้อเดียวตรงนี้ (และในบทความที่แล้ว) ก็คือ การที่เราเริ่มต้นรับข้อมูลผิดมาตั้งแต่ในโรงเรียน ในบ้าน หรือในสังคมรอบตัว

ก็ครูสอนออกเสียงมาแบบนี้ ก็พ่อแม่พูดแบบนี้ ก็ไปทางไหนคนไทยก็พูดกันแบบนี้ เราก็เลยพูดแบบนี้ด้วยไง พูดง่ายๆ ก็คือ ผิดตั้งแต่เริ่มต้นนั่นแหละค่ะ

เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ถ้าเราอยากหัดทำ “ข้าวผัด” แต่เราถูกสอนการเริ่มหุงข้าวมาแบบผิดๆ จากข้าวสาร ก็มาเป็น “ข้าวสวยที่แฉะหรือไหม้” พอตอนนี้จะเอาข้าวสวยไปหัดทำข้าวผัด ข้าวคลุกกะปิ หรือข้าวอะไรต่อไป มันก็ไม่อร่อย เพราะมันผิดมาตั้งแต่ตอนหุงข้าวแล้ว

จริงๆ ถ้าเรายังคุยกับคนไทย ในบริบทไทยๆ การออกเสียงคำทับศัพท์แบบไทยๆ ก็ถือว่าดีแล้วค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ไม่งั้นจะเกิดปัญหาใหม่ว่า คุยกับคนไทยไม่รู้เรื่องอีก

แต่คีย์สำคัญของการคุยให้ฝรั่งรู้เรื่องคือ เราก็ต้องออกเสียงแบบฝรั่ง จริงไหมคะ

เทคนิคช่วยปรับการออกเสียงใหม่

มาวิธีแก้ที่ตรงจุดที่สุด และ อ. ผึ้ง ก็ใช้เองด้วยทุกข้อด้วย

น้ำครึ่งแก้ว

ถ้าอยากเริ่มฝึกพูดใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นจากการฝึกออกเสียงใหม่ และนั่นหมายถึงการต้องยอมลบข้อมูลเก่าๆ ออกไปบ้าง

ในช่วงเริ่มต้น เราต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นน้ำครึ่งแก้ว หรือจะแก้วที่ไม่มีน้ำเลยยิ่งดีค่ะ การเป็นน้ำเต็มแก้ว ก็คล้ายกับการคิดว่า “ฉันรู้หมดแล้ว” เวลาคุยกับฝรั่ง ก็จะไปดึงเอาคลังคำศัพท์เก่าๆ ที่อาจจะเคยรู้แบบผิดๆ กลับมาอีก (แต่ถ้าใครเรียนมาแบบถูกต้องแล้ว อันนี้ก็โชคดีไปนะคะ เราไม่ว่ากัน)

การเป็นน้ำครึ่งแก้วช่วยปรับทัศนคติของเราใหม่เป็น “ยังมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกเยอะ” เพื่อพร้อมที่จะ “ถูกเติม” และ “เปลี่ยนแปลง” ในขั้นต่อไป

ใส่ข้อมูลใหม่

ข้อสองคือ ใส่ข้อมูลใหม่ที่ถูกต้องลงไป เมื่อเป็นน้ำครึ่งแก้ว หรือแก้วที่ยังไม่มีน้ำ เราก็ต้องไปหาน้ำมาเติม และน้ำนั้นควรเป็นน้ำแหล่งใหม่ จากที่ๆ เราอยากดื่มจริงๆ และมีความสุขที่จะดื่มมันไปเรื่อยๆ ด้วย

ขั้นตอนนี้คือ อ. ผึ้ง หมายถึงเราต้องตัดสินใจว่าเราอยากพูดภาษาอังกฤษแบบไหน และใครจะเป็นต้นแบบที่ดีให้เราได้บ้าง ถ้าอยากได้สำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา ก็ต้องถามต่อว่าต้นแบบเราจะเป็นคนอังกฤษ คนอเมริกัน หรือคนออสเตรเลีย เพราะสำเนียงแต่ละแบบไม่เหมือนกัน

ลองออกไปดู ไปฟัง ตัวอย่างหลายๆ แบบค่ะ เพื่อค้นหาว่าตัวเองชอบแบบไหน หรือแบบไหนจะมีประโยชน์กับเรามากกว่า ถ้าเราไม่มีเจ้าของภาษาใกล้ๆ ตัว จะเปิดยูทูป ฟังข่าว หรือดูจากหนังเอาก็ได้ค่ะ สะดวกกว่ามาก

เริ่มฝึกใหม่

และข้อสามคือ เราจะต้องฝึกใหม่ ด้วยการเลียนแบบต้นฉบับที่เราชอบ การฟังเพลงหรือดูหนังที่มีซับไตเติลด้วย จะช่วยให้เราระบุหาคำศัพท์ที่เราออกเสียงผิด (จากเจ้าของภาษา) ได้ง่ายขึ้น

อ. ผึ้ง แนะนำให้หาสมุดไว้ใกล้มือสักเล่มหนึ่ง เขาออกเสียงยังไง ให้เราหาจดไว้ แล้วลองฝึกตามซ้ำๆ เพื่อสร้างความคุ้นชินใหม่ให้เกิดขึ้น

การลบความทรงจำเก่า และสร้างความคุ้นชินใหม่นี้อาจไม่สามารถเกิดได้ชั่วเวลาแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ ถ้าข้อมูลเก่าถูกฝังลึกมานาน อาจต้องใช้การฝึกซ้ำ อย่างสม่ำเสมอ และควรนำคำศัพท์นั้นมาฝึกใช้จริงด้วยถ้าเป็นได้

ต้องใช้เวลาสร้าง

อ. ผึ้ง มาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ และทำงานกับบริษัทฝรั่ง และใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้มาสิบกว่าปีก็แล้ว บางทีคุยกับฝรั่ง แล้วมีคำที่เราไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าง “โมเลกุล” คำว่า “โม-เล-กุน” แบบไทยๆ ก็ยังมีลอยมาหลอกหลอนแว๊บๆ ในหัวบ้าง เพราะมันฝังมาตั้งแต่เราเรียนชั้นประถม

แต่พอรู้วิธีจัดการกับความทรงจำเก่าแล้ว คือ ฟัง-พูดคำนั้นให้ชินปาก (โม-เลอะ-คิวลฺ) โดยไม่ต้องกลบไปนึกภาษาไทยในหัว การออกเสียงแบบเก่าๆ ก็จะหายไป กลายเป็นสำเนียงใหม่ที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ แล้วมาอย่างธรรมชาติด้วย

ฝึกซ้ำๆ และอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลบความจำเก่า และสร้างความจำใหม่

ทิปจาก อ. ผึ้ง อารดา

สรุปวันนี้คือ ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษให้ฝรั่งรู้เรื่อง เราก็ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และสร้างความจำใหม่ขึ้นมา โดยหาต้นแบบที่ต้องการ แล้วฝึกใหม่อย่างสม่ำเสมอ

ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ต้องใช้คติเป็นน้ำครึ่งแก้วค่ะ (^-^)


บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่นะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษแบบมือโปร เพื่องานรุ่ง! ธุรกิจปัง! และมีชีวิตติดปีก! ติดตามอ่านความรู้ดีๆ หรือลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เทคนิคคำศัพท์ เทคนิคการพัฒนาสมอง และความจำ ได้ที่ Website : ajarnarada.com และ Facebook อ. ผึ้ง อารดา : English Brain

1 ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

<span>%d</span> bloggers like this: