ใครก็รู้การสื่อสารภาษาอังกฤษมันต้องชัดเจน เป๊ะ…และตรงประเด็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ แต่บางทีก็ต้องมีสถานการณ์ที่เราไม่อยากชัดเจน (กันบ้างล่ะ)

ก็อย่างเวลาที่เราต้องการให้คนฟังโฟกัสที่ภาพรวม ไม่เจาะรายละเอียด หรือเวลาที่เรายังไม่มีข้อมูลเป๊ะๆ แต่ยังประมาณการคร่าวๆ ได้ มาดูเคล็ดลับภาษาเวลา “ไม่ต้องการความชัดเจน” กันค่ะความชัดเจนในการสื่อสาร ภาษาอังกฤษคือ “precision” ใครพูดได้ตรงประเด็น ข้อมูลแน่น เราจะเรียกว่า Precise communication – การสื่อสารที่ชัดเจน

ตรงข้ามกับข้อมูลที่กว้างๆ ดูคลุมเครือ เหมือนคนความลับเยอะ เราจะเรียกว่า Vauge communication – การสื่อสารที่คลุมเครือ

แต่ความคลุมเครือก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป บางทีก็จำเป็นแหละ เพราะเราไม่ใช่อับดุล ใครจะไปรู้หมดทุกอย่างได้ทันทีทุกสถานการณ์

ขอเน้นว่าการให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่ใช่การให้ข้อมูลมั่วนะคะ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานความจริงที่ใกล้เคียง

ข้อดีของการใช้ภาษา “ไม่ชัดเจน”

  • การสนทนาลื่นไหล ไม่ติดขัด (ไม่ต้องเสียเวลาคิดมากหรือกลับไปหาข้อมูลก่อน)
  • เน้นภาพรวม
  • ง่ายต่อการนำเสนอ

คำศัพท์จำเป็น

ตัวอย่างคำศัพท์ด้านล่างสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับ ตัวเลข หรือคำนาม ที่เราต้องการบอกข้อมูลโดยรวมค่ะ ถ้าแปลเป็นไทยๆ ก็คล้ายกับการเติม “ประมาณ”, “ประมาณว่า”, “แบบว่า” นั่นแหละค่ะ

About / Around – ประมาณ

  • The budget for this project is about one million baht.

Approximately – ประมาณ

  • There are approximately 50 people working here.

Almost – เกือบจะ

  • We currently have almost 100 employees.
  • The shirt is almost black.

Kind of – ประมาณว่า, คล้ายๆ กับว่า*

  • It’s kind of a device that massages your foot.

Up to – มากถึง, สูงสุดถึง

  • International orders normally take up to 4 weeks to arrive.

langscaper - kind of

** ถึงตรงนี้ หลายคนอาจแอบเถียงอยู่ว่า “kind of” กับ “type of” มันแปลว่า “ประเภท” หรือ “ชนิด” ต่างหาก ใช่ไหมคะ? คำตอบคือ “มันก็ใช่ค่ะ” นั่นคือหนึ่งในความหมายแบบตรงตัวของเขา แต่ในที่นี้เรายังสามารถเอามาใช้ในรูปประโยคที่บอกความ “ไม่ชัดเจน” ได้ด้วย ตามตัวอย่างด้านบนเลย

สิ่งสำคัญคือต้องใส่คำว่า “or so” ที่แปลว่า “หรืออะไรทำนองนั้น” เข้าไปด้วยนะคะ

สำนวนจำเป็น

บางทีความไม่ชัดเจนก็ไม่ได้มาสั้นๆ เป็นตัวเลข หรือคำนาม แต่มาเป็นรูปของไอเดียทั้งดุ้นเลย เอิ่ม…มันจะอธิบายกันยังไง ใส่คำศัพท์ภาษาอังกฤษกันตรงไหนดีล่ะ?

แบบนี้ใช้ประโยคสั้นๆ มาเกริ่นนำก่อนจะง่ายกว่าค่ะ จะใช้ประโยคนำด้วย ใช้คำศัพท์ร่วมด้วยก็ได้นะ ตัวอย่างที่จะให้ด้านล่าง

รับรองว่าเป็นการออกตัวอย่างสุภาพ และไม่ใช่การมั่วด้วยค่ะ

มาดูตัวอย่างกัน

  • It’s not easy to say, but I’d guess…

A: How many people are coming tomorrow?
B: It’s not easy to say, but I’d guess there should be around 2,000 people.

  • I’m not really sure, but I think…

A: What do they like?
B: I’m not really sure, but I think they enjoy fishing by the sea or mountain biking.

  • I can’t be exact, but I’d say…

A: When will the team arrive?
B: I can’t be exact, but I’d say they should be here at almost 5 pm.

ทีนี้จะคุยกับใคร นึกข้อมูลเป๊ะๆ ไม่ออกก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว ตราบใดที่เราหาทางออก (ด้วยภาษา) ได้ การอธิบายก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ

จะเรื่องธุรกิจ การทำงาน การตอบคำถามยากๆ ก็เอาไหว แต่เรื่องหัวใจ อันนี้ไม่รับประกันว่า “ความไม่ชัดเจน” จะเอาอยู่!


บทความมีลิขสิทธิ์ : ขอบคุณที่ไม่คัดลอก หรือดัดแปลงเพื่อนำไปเผยแพร่นะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษแบบมือโปร เพื่อธุรกิจปัง! งานรุ่ง! ติดตามอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับเคล็ดลับภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจได้ที่เว็บไซต์ Langscaper และเฟสบุ๊ค Langscaper : ปั้นธุรกิจด้วยภาษา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: